วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2565
เวลา 09:00-16:00 น.
ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ (สุขุมวิท 11) กรุงเทพมหานคร
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในหลาย ๆ ด้าน ส่งผลกระทบต่อชีวิตและการทำงานที่อาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟในการทำงาน ที่ทำให้เกิดความอ่อนล้าทางกายและอารมณ์ ทำให้เกิดความรู้สึกลบต่อตนเองและการทำงาน และอาจส่งผลต่อการสูญเสียการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่นด้วย ภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ทำงานมาระยะหนึ่ง ในสภาพแวดล้อมเดิม
จากผลการวิจัยของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร 12% อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน และอีก 57% อยู่ในภาวะมีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟในการทำงาน หรือเมื่อเทียบกับประชากร คนทำงานในกรุงเทพฯ มีภาวะหมดไฟในการทำงานกว่า 3.7 ล้านคน ทั้งนี้ องค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้ภาวะหมดไฟในการทำงานเป็นปัญหาสุขภาพ ที่ต้องได้รับการดูแลและรักษา ซึ่งเป็นภาวะที่คนรุ่นใหม่ หรือคนทำงานในสังคมเมืองมีอัตราการหมดไฟในการทำงานเป็นจำนวนมาก และอาจส่งผลต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าและโรคเครียดในระยะยาวตามมาได้
ภาวะหมดไฟ (Burnout) ได้รับการกล่าวถึงมากขึ้นในสถานที่ทำงานต่าง ๆ รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิดและหลังช่วงหลังวิกฤติ เกิดภาวะหมดไฟเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน และสัมพันธภาพ องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า “ภาวะหมดไฟเป็นการตอบสนองที่รุนแรงต่อความเครียดจากการทำงานที่สะสมและยาวนาน” ในบริบทของการศึกษาภาวะหมดไฟส่งผลให้มีนักศึกษาการขาดเรียนมากขึ้น ขาดสมาธิและมีความสนใจต่อเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนการสอนลดลง อาจารย์เองก็ได้รับผลกระทบอย่างมากเช่นกัน การที่ต้องเผชิญกับสภาพบรรยากาศการเรียนที่ไม่มีพลัง ขาดแรงบันดาลใจหรือหมดไฟของนักศึกษา ก็ยิ่งส่งผลทำให้ภาวะหมดไฟในตัวอาจารย์มากขึ้น ดังนั้น สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท) เห็นว่าในช่วงหลังวิกฤตโควิดนี้ก็เป็นโอกาสดีที่จะทำให้บุคคลากรในสถาบันอุดมศึกษามีความตระหนักรู้ในปัญหาดังกล่าว และรู้วิธีการที่จัดการกับภาวะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ภาวะหมดไฟ (burnout) จุดไฟขึ้นใหม่ได้อย่างไร” โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในปัญหานี้
วัตถุประสงค์
กิจกรรมการดำเนินงาน/แผนการดำเนินงาน
กิจกรรมการประกอบด้วย การบรรยาย กิจกรรมกลุ่ม และการอภิปราย
ผู้เข้าร่วมโครงการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- ผู้เข้าร่วมอบรมเห็นความสำคัญของภาวะหมดไฟในการทำงาน ในสถาบันอุดมศึกษา โดยนำไปปรับใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้เข้าร่วมอบรมวางแผนและปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อภาวะหมดไฟในการทำงาน และการจัดการเรียนการสอน โดยสามารถปรับเปลี่ยนมุมมองและทำงานใหม่ได้
- ผู้เข้าร่วมอบรมนำแนวคิดไป ออกแบบแนวทางการป้องกัน และเยียวยาภาวะหมดไฟสำหรับตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม
สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา PSF ในมิติ
องค์ประกอบที่ 2 : สมรรถนะ (Competencies) มิติ 2.3 เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน
องค์ประกอบที่ 3 : ค่านิยม (Values) มิติ 3.1 คุณค่าในการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์ และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ระดับ 1 พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องในเรื่องการจัดการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมทั้งในและนอกหลักสูตรเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
การติดตามผล
แบบประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมการอบรม
วิทยากร
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัชวาลย์ ศิลปกิจ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
อาจารย์ นายแพทย์สุธัญญ์ ศรีแสงแก้ว สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
หน่วยงานดำเนินการ
สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุดาพร ลักษณียนาวิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ค่าลงทะเบียน
สมาชิก ควอท คนละ 1,600 บาท
บุคคลทั่วไป คนละ 1,900 บาท
***หมายเหตุ สมาชิกประภทสถาบันสามารถเข้าร่วมได้ 2 คน ในราคาสมาชิก ควอท
วิธีการชำระเงิน
สามารถดำเนินการชำระโดยโอนเงินผ่านบัญชีของสมาคม ควอท
ชื่อบัญชี “สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท)“
ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาพญาไท
บัญชีเลขที่ 003-2-86111-4 ประเภทออมทรัพย์
และขอได้โปรดส่งสำเนาการโอนเงินผ่านธนาคารมาที่
e-mail: thailandpod@gmail.com
Copyright © 2018 thailandpod. All rights reserved.